เกี่ยวกับเรา

เราคือใคร

เราเป็นคนกลุ่มเล็กๆ จากหลายสาขาอาชีพ ที่มารวมตัวกันทำโปรเจคให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสามารถในการดูแลร่างกายได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งยาพึ่งหมอ ด้วยการกินผักผลไม้ที่หาได้ใกล้ตัว โดยเราขอขอบคุณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่สนับสนุนงานของเรา

ทำไมต้องวันละ 400 กรัม

องค์การอนามัยโลกศึกษาพบว่า เพียงแค่เรากินผักผลไม้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม ก็สามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคไต ฯลฯ ซึ่งวันละ 400 กรัมดูเหมือนจะมาก แต่จริงๆ แล้วแค่กล้วยหอม 1 ลูก ก็ประมาณ 100 กรัมแล้ว

เราทำอะไรบ้าง

เราจัดกิจกรรมให้ความเข้าใจเรื่องการกินผักผลไม้จากคุณหมอและผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ ทั้งจัดอบรมและจัดนิทรรศการให้กับประชาชนและหน่วยงานหลายภาคส่วน เราแนะนำวิธีปรุงอาหารจานผักอย่างง่าย และและรวบรวมแหล่งซื้อขายอาหารปลอดภัยเพื่อเป็นช่องทางให้ทุกคนเข้าถึงผักผลไม้ปลอดสารพิษ จัดพื้นที่ให้เกิดกลุ่มกัลยาณมิตร กลุ่มชุมชนคนเมือง กลุ่มคนทำงานในองค์กร เพื่อสร้างนิสัยใหม่ในการดูแลสุขภาพและสามารถบริโภคผักผลไม้ได้อย่างเพียงพอร่วมกัน

ทำไมถึงต้องทำ

จากข้อมูลผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 4 (พ.ศ. 2551-2552) ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าร้อยละ 75 ของคนไทย บริโภคผักผลไม้ต่ำกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติกำหนดไว้ที่ 400 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5 ส่วนต่อวัน โดยคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีการบริโภคผักและผลไม้โดยเฉลี่ยเพียงวันละ 3 ส่วนมาตรฐานเท่านั้น

ตารางข้อมูลการบริโภคผักผลไม้ของประชากรไทย

นอกจากนี้ จำนวนคนที่บริโภคผักและผลไม้ที่ได้เพียงพอตามข้อแนะนำต่อวันยังมีแนวโน้มลดลง คือ มีเพียงร้อยละ 17.7 (9 ล้านคน) ซึ่งลดลงจากร้อยละ 21.7 (พ.ศ.2547)

ข้อมูลแสดงการบริโภคผักผลไม้ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่บริโภคผักหรือผลไม้เพียงพอตามข้อแนะนำ จำแนกตามเพศและภาค

จากพฤติกรรมการกินผักและผลไม้ที่น้อย ไม่ถึงตามข้อแนะนำ ส่งผลให้คนไทยเผชิญปัญหาสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอ้วน เป็นต้น 

น.ส.สิรินทร์ยา พูลเกิด ผู้จัดการแผนงานนโยบายอาหารและโภชนาการเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “ร้อยละ 19 ของโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร ร้อยละ 31 ของโรคหัวใจขาดเลือด และร้อยละ 11 ของโรคหลอดเลือดสมอง มีสาเหตุมาจากการกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ แต่หากสามารถจัดการปัญหานี้ได้ ในแต่ละปีเราจะสามารถรักษาชีวิตคนบนโลกได้เกือบ 2.7 ล้านคน” (อ้างอิง: http://www.thaihealth.or.th/Content/23228-)

โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนไทยบริโภคผักผลไม้ไม่เพียงพอคือ

1) นึกถึงความอร่อยมากกว่าประโยชน์
2) นิยมบริโภคอาหารตามแนวตะวันตก ที่มีส่วนประกอบของแป้ง น้ำตาล เกลือและไขมันสูง
3) เด็กไทยนิยมการบริโภคขนมทอดกรอบมากกว่าผลไม้ถึง 4 เท่า
4) วิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ไม่สามารถทำอาหารเองได้ ต้องซื้ออาหารปรุงสำเร็จรูป รวมถึงความนิยมซื้ออาหารในร้านสะดวกซื้อ ทำให้บริโภคผักและผลไม้น้อยลง ซึ่งหากพิจารณาค่าใช้จ่ายด้านอาหารของครัวเรือนไทยเปรียบเทียบปี 2545 และ 2555 จะพบว่า ค่าใช้จ่ายของอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อมากินที่บ้านมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำหรับข้าว แป้ง และผักที่ใช้ทำอาหารเองที่บ้าน มีสัดส่วนลดลง

5) สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการมีพื้นที่เพาะปลูกน้อยลง ผลิตผลทางการเกษตรจึงมีปริมาณลดลง และผักผลไม้ราคาแพงขึ้น
6) ผู้ผลิตและผู้บริโภคไม่ได้เชื่อมโยงกันและกัน ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งซื้อผักผลไม้ปลอดภัยยากขึ้น

จากปัญหาการบริโภคผักผลไม้ที่น้อยและส่งผลต่อสุขภาพดังกล่าว เราจึงเห็นความจำเป็นที่จะส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ และสนับสนุนเครือข่ายงานอาหาร เพื่อให้สังคมเกิดความรู้และความเข้าใจในการบริโภคผักผลไม้มากขึ้น โดยเราทำงานร่วมกับเครือข่ายด้านอาหารและเครือข่ายอื่นๆ ของ สสส. เพื่อสนับสนุนการทำงานและขยายผลในวงกว้างต่อไป

เราร่วมงานกับใครบ้าง

1) คนทำงานในกรุงเทพฯ ที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ต้องการความสะดวกรวดเร็ว เช่น พนักงานออฟฟิศ คนทำงานประจำนอกบ้าน
2) ผู้บริหารหน่วยงานในองค์กรสุขภาวะ ที่ต้องการสนับสนุนให้พนักงานมีสุขภาวะที่ดี
3) กลุ่มภาคีเครือข่ายงานอาหาร ในแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. เช่น มูลนิธิชีววิถี เครือข่ายตลาดสีเขียว โครงการสามพรานโมเดล และเครือข่ายงานด้านอาหารปลอดภัยอีกมากมาย