Veggie Lover คุณกฤษณา ขันศรีมนต์

คุณกฤษณา ขันศรีมนต์ Senior Merchandisers บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด

เพราะรักสุขภาพคือรักตลอดไป
            คุณกฤษณา ขันศรีมนต์ ตำแหน่ง Senior Merchandisers บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เข้าร่วมกิจกรรม “สู่ชีวิตใหม่ด้วยการกินผักผลไม้ 21 วัน” ของโครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัม สสส. เพราะมีความรักต่อสุขภาพเป็นทุนเดิมจึงสมัครเข้าร่วมทันทีที่ทราบข่าว หลังจากนั้นก็ได้รับคำอธิบายจากวิทยากรโครงการฯ เรื่องความสำคัญของการกินผักผลไม้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม รวมถึงเทคนิคการกินในชีวิตประจำวันให้ได้ตามปริมาณที่ต้องการ ซึ่งสำคัญมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเธอที่ต้องฝากท้องไว้นอกบ้าน

กติกา เป้าหมาย และวินัย
            ในกิจกรรมมีกติกาให้กินผักและผลไม้ให้ได้ปริมาณ 400 กรัม เป็นเวลา 21 วัน โดยให้ตั้งเป้าหมายของตนเองไว้ด้วย ซึ่งเธอตั้งเป้าหมายว่า “ลดน้ำหนักให้ได้ 3 กิโลกรัม” ในช่วงแรกกฤษณาทำตามคำแนะนำที่ได้รับอย่างเคร่งครัด โดยเพิ่มปริมาณการกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัม กินผักให้มากกว่าผลไม้ เลือกซื้อผักและผลไม้จากแหล่งที่ปลอดภัย ทำอาหารทานเองมากขึ้น และทุกวันจะมีการส่งรูปเมนูอาหารที่ทานในแต่ละมื้อไปในกลุ่มไลน์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้พลังกลุ่มช่วยควบคุมพฤติกรรมการกินของกันและกัน ความตั้งใจจริงทำให้ลดน้ำหนักได้ 3 กก.ตามเป้าหมาย ทั้งที่ผ่านไปเพียง 15 วันเท่านั้น ไม่เพียงน้ำหนักที่หายไป อาการท้องผูกขับถ่ายไม่ปกติก็ดีขึ้น รูปร่างบางลง เธอเองก็รู้สึกดีและภาคภูมิใจที่ทำสำเร็จ

กินผักสร้างสุข

ล้มเหลวแต่ไม่ล้มเลิก
            เมื่อเข้าวันที่ 16 เธอมีภารกิจไปฝึกอบรมงานใหม่ วันนั้นเธอรู้สึกเหนื่อยล้าและเครียด เพื่อนร่วมงานจึงชวนไปผ่อนคลายด้วยการกินบุฟเฟ่ต์หมูกะทะ เธอปลดปล่อยตัวเองให้กินเต็มที่และดื่มน้ำอัดลมของโปรด เพียงมื้อเดียวก็ทำให้น้ำหนักที่หายไป 3 กก.เด้งกลับคืนมา และเวลาอีกเพียง 5 วันเท่านั้นก็จะครบกำหนด 21 วัน ซึ่งเธอไม่สามารถลดน้ำหนักให้กลับไปเท่าเดิมได้
            เพราะการตามใจปากเพียงครั้งเดียวทำให้เธอพลาดโอกาสที่จะได้พิชิตความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ วันสุดท้ายเธอทั้งเสียใจและเสียดาย ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า “อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง”  
            เมื่อทบทวนตนเองพบว่าเส้นแบ่งของความสำเร็จและล้มเหลว ก็คือผิดพลาดที่ละเลยระเบียบวินัย เธอจึงตั้งปณิธานกับตัวเองว่า แม้จะล้มเหลวจากเป้าหมาย 21 วัน แต่จะใช้ความล้มเหลวนี้เป็นแรงผลักดันสู่เป้าหมายใหม่นั้นคือกินผักผลไม้ให้ได้ 400 กรัมตลอดไป เพราะการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ความรู้และแรงบันดาลใจที่ได้รับจากโครงการ สามารถนำไปปรับเปลี่ยนการกินได้ตลอดชีวิต ทุกวันนี้กฤษณาเน้นกินผักและผลไม้ ไม่ทานของทอด ไม่ทานของรสจัด ควบคุมปริมาณการกิน และยังขยายการกินผักและผลไม้ไปสู่คนในครอบครัว จนกลายเป็นครอบครัวที่รักสุขภาพไปด้วยกัน เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า “การตั้งเป้าหมายมีความสำคัญมากเพราะส่งผลต่อนิสัยการกินอย่างถาวรของเราค่ะ”