Veggie Lover : คุณประกอบ ประกอบกิจเจริญ

คุณประกอบ ประกอบกิจเจริญ เจ้าหน้าที่แผนกจัดการงานบุคคล บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เคยผ่านการอบรมในโครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัมในปี 2561 และได้ประโยชน์มาก ในปีนี้คุณประกอบจึงประสานงานให้โครงการฯ จัดอบรมเฉพาะสำหรับพนักงานของบริษัท IRPC ในพื้นที่ทำงาน 4 แห่ง คือ พระประแดง อยุธยา ระยอง และกรุงเทพ (สำนักงานกลาง)

ทำไมคุณประกอบจึงต้องการให้เพื่อนร่วมงานทั้ง 4 แห่ง รู้จักและเข้าร่วมในโครงการฯ นี้

ผมเคยเข้าร่วมโครงการฯ แล้วเมื่อปีกลาย และมันมีประโยชน์กับตัวผมมาก ผมเอาไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง เขาก็อยากจะมีโอกาสอย่างนั้นบ้าง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร พอมีโอกาสและเห็นความเป็นไปได้ก็เลยทำเลย พวกเราทำงานเลี้ยงครอบครัว ผมรู้ดีว่าการเจ็บป่วยของคนในครอบครัวเพียงแค่หนึ่งคนนั้นจะส่งผลกระทบต่อคนทั้งครอบครัวอย่างไร การรักษาสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อนร่วมงานของเราที่อยุธยาเป็นโรคหลอดเลือดสมองหลายคน เพื่อนๆ ที่ทำงานในระยองมีความเสี่ยง ทุกคนมีคนข้างหลัง การที่เขาดูแลสุขภาพก็ได้ดูแลคนที่อยู่ข้างหลังด้วย

หลังจากเข้าร่วมอบรมในโครงการฯ แล้ว มีเสียงตอบรับ หรือ feedback อย่างไรบ้าง

            สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเกือบทุกคนพูดเรื่องการขับถ่าย การกินผัก-ผลไม้ ส่งผลให้การขับถ่ายดีขึ้นจริงๆ ผู้หญิงหลายคนบอกว่าผิวของเขาดี (การขับถ่ายดีก็คงทำให้ผิวดี) แต่สิ่งที่พวกเรา (ผู้ชาย) พูดกันก็คือ เมื่อก่อนเราทะเลาะกับลูก เรื่องที่ลูกไม่กินผัก เราอยากให้ลูกกินผักแต่ลูกไม่กิน ซึ่งจริงๆ แล้วเราลืมไปว่า ที่ลูกไม่กินผักก็เพราะพ่อแม่อย่างพวกเราไม่กินผัก มันเป็นไปไม่ได้ที่เราไม่กินผักแล้วจะบังคับให้ลูกกิน พออยู่ในโครงการฯ บนโต๊ะอาหารของพวกเรามีผัก (เพราะต้องกินผักให้ได้ 400 กรัม/วัน) ลูกเห็นผักทุกวัน เห็นพ่อกินผักเป็นปกติ สุดท้ายเขาก็ค่อยๆ หัดกิน อาจจะไม่ได้กินทุกอย่าง แต่ก็กินได้มากกว่าเดิม ค่อยๆ จูงกันไป แรกๆ อาจจะเริ่มจากข้าวโพดอ่อน หรือ มะละกอผัดไข่ แต่นานๆ ไปลูกก็กินได้มากขึ้น จากเดิมที่ไม่กินเลย ปฏิเสธ เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมคิดว่าการชักชวนให้คนกินผัก ก็คือการทำให้เขาได้เห็นผักบ่อยๆ เห็นการกินผักเป็นเรื่องปกติ ประจำวัน เปิดโอกาสให้เขาได้ลองชิม ได้มีประสบการณ์กับมัน แล้วผลก็ตามมาเอง

ขยายผลใน IRPC อย่างไรบ้าง

            เราเดินรณรงค์ในสำนักงานกรุงเทพ ทำป้ายแล้วเดินเชิญชวนให้คนหันมากินผัก รักษ์สุขภาพ บางทีก็รวมเงินซื้อผลไม้แจกเพื่อนพนักงาน บางคนไม่เคยรู้จักรสชาติของแตงโมหรือมะละกอ เราแจกเพื่อให้เขารู้จักจะได้รู้ว่าผลไม้รสชาติเป็นอย่างไร และดีอย่างไร ที่สำคัญก็คือ เราสามารถไปคุยกับเจ้าหน้าที่ในศูนย์ประชุมของกรุงเทพ ให้เขาเปลี่ยนอาหารว่าง (เบรก) จากเบเกอรี่เป็นผลไม้ หรือเป็นอาหารว่างที่มีผักเช่น สลัดโรล ได้แล้ว เรื่องนี้จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย จะว่ายากก็ไม่ยาก ข้อดีคือบริษัทประหยัดงบประมาณลงไปเพราะเบเกอรี่แพงกว่าผลไม้ เราก็คุยกับคนที่ดูแลงานด้านนี้ว่าอาหารว่างแบบนั้นกล่องสวย ดูดี แต่แพงและไม่ค่อยมีประโยชน์ น้ำตาลเยอะ ใช้ผลไม้ดีกว่าจะได้กระจายรายได้ให้เกษตรกรด้วย มันอาจจะยุ่งยากกว่าเพราะต้องจัดเตรียมแต่มันดีกว่าทั้งในแง่สุขภาพ และได้กระจายรายได้ไปสู่คนเล็กคนน้อย

            เพื่อนๆ ที่อยุธยาและพระประแดงทำแปลงปลูกผัก ตอนนี้เริ่มเห็นผลแล้วครับ ได้เก็บผักมากิน สิ่งที่ดีมากๆ คือพวกเราได้ใช้เวลาร่วมกัน แทนที่มีเวลาว่างแล้วต่างคนต่างอยู่ ไปอยู่กับเกมส์หรือมือถือ ตอนนี้ก็ลงมาทำแปลงผัก ได้คุยกัน ผมว่ามันดีมากเลย

            ส่วนที่ระยองซึ่งเป็นโรงกลั่น เขารับสื่อที่ส่งจากกรุงเทพไปทำต่อ ได้เปลี่ยนอาหารว่างจากเบเกอรี่เป็นผลไม้บ้าง  ใช้ส่งข่าวประชาสัมพันธ์บ้าง ลองปลูกผักบ้างแต่ไม่ใช่แปลงผักขนาดใหญ่ ปลูกในอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ ครับ

            ทั้งหมดนี้ผมว่ามันเป็นการจุดประกายให้คนได้หันมาใส่ใจสุขภาพ ไม่ใช่เอาแต่ทำงานหาเงินแล้วเอาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล เราได้คุยกับเพื่อนร่วมงาน ได้คุยกับคนในครอบครัวมากขึ้น มันดีมากจริงๆ นะครับ