เมือกและเส้นใย ความมหัศจรรย์ในกระเจี๊ยบเขียว

ใครจะคิดว่านอกจากความเหนียวๆ หนืดๆ ในราดหน้าจะมาจากแป้งมันแล้ว เรายังใช้กระเจี๊ยบเขียว (Green Okra) มาทำราดหน้าได้ด้วย หืม อะไรนะ อ่านไม่ผิดค่ะ เพราะจะบอกว่า กระเจี๊ยบเขียวก็มีเมือกเหนียวๆ ที่ใช้แทนแป้งมันได้ค่ะ

ผู้เขียนเคยไปอยู่อินเดียและพบว่าคนอินเดียชอบกินกระเจี๊ยบเขียวกันมาก มีเมนูหลากหลายที่ใช้กระเจี๊ยบเขียวมาทำ พอตามอ่านเรื่องราวจึงพบว่ากระเจี๊ยบเขียวนี้มีประโยชน์สุดๆ อุดมด้วยสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน โฟเลต แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก วิตามินต่างๆ ที่สำคัญกระเจี๊ยบเขียวมี “กลูตาไทโอน” ซึ่งมีบทบาทควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย สร้างสารซ่อมแซมเซลล์ และขจัดสารพิษในร่างกาย ช่วยต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี

ส่วนไฮไลท์ในกระเจี๊ยบเขียวมี 2 ส่วนคือ

  1. สารเมือกหรือเส้นใยที่ละลายน้ำได้ของกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงสู่ลำไส้ใหญ่จะช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (พรีไบโอติกแบคทีเรีย) ช่วยลดสารพิษจากแบคทีเรียที่มีประโยชน์ที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย กระเจี๊ยบเขียวจึงเป็นผักที่เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากนี้ เมือกในกระเจี๊ยบเขียวยังมีเลคติน ที่ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งเต้านมได้อีกด้วย
  1. เส้นใยของกระเจี๊ยบเขียว ช่วยการขับถ่ายได้ดี เส้นใยที่ละลายน้ำได้นี้ จะช่วยดูดซับสารพิษและขับถ่ายออกทางอุจจาระ จึงทำให้ไม่มีสารพิษตกค้างในลำไส้ นอกจากนี้ กระเจี๊ยบเขียวยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดปัญหาความเสื่อมของไต ลดการอักเสบของตับ จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่มีคอเลสเตอรอลสูง

บอกสรรพคุณแล้ว ขาดไม่ได้เลยที่จะต้องบอกว่ากระเจี๊ยบเขียวทำอะไรได้บ้าง ซึ่งทำได้สารพัดมากๆ ไม่ว่าจะเป็น กระเจี๊ยบเขียวผัดน้ำมันหอย ยำกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวชุบแป้งทอด แกงส้มกระเจี๊ยบเขียว แกงเลียงกระเจี๊ยบเขียว แกงจืดกระเจี๊ยบเขียวยัดไส้ ห่อหมกกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวผัดผงกะหรี่ กระเจี๊ยบเขียวผัดขิงอ่อน สลัดกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบต้มกะทิปลาสลิด บอกขนาดนี้ อ่านจบแล้วเดินไปคว้ากระทะได้เลยนะคะ