ล้างผักอย่างไร?

แม้เราจะรู้ว่าหนทางที่ดีที่สุดในการนำผักผลไม้มาทานคือ การรู้แหล่งที่มาของอาหาร และยิ่งถ้ารู้จักคนปลูกหรือผู้ผลิตด้วย เราก็จะวางใจได้มากขึ้นว่าเขาเลือกผักผลไม้ที่ปลอดภัยมาให้เรา

แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตในเมืองและต้องซื้อผักผลไม้กินเอง เราไม่อาจรู้แหล่งที่มาของผักผลไม้เหล่านั้นว่า ส่งมาจากฟาร์มไหน ใครเป็นคนปลูก เขาปลูกแบบไหนบ้าง มีสารเคมีตกค้างแค่ไหน อีกทั้งผักและผลไม้แต่ละชนิดก็ตกค้างต่างกันไป วิชาสำคัญที่เราคนเมืองต้องรู้คือ วิธีการล้างผักซึ่งมีหลายวิธี เราขอแนะนำดังนี้ค่ะ

ล้างผักโดยใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำอุ่น 1 กะละมัง (20 ลิตร) แช่ทิ้งไว้นาน 15 นาที จะลดสารพิษได้ 90-95% เป็นวิธีที่ปลอดภัย หลังจากแช่ผักในสารละลายของโซเดียมไบคาร์บอเนตในน้ำแล้ว ควรนำผักไปล้างน้ำออกหลายๆ ครั้ง เพื่อชะสารพิษตกค้างที่ผิวออกให้หมด แต่วิธีนี้จะทำให้วิตามินเอในผักสูญเสียไปบ้าง

แช่ผักในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ใช้น้ำส้มสายชูละลายน้ำความเข้มข้น 0.5% (น้ำส้มสายชู อสร. 1 ขวด/น้ำ 4 ลิตร) แช่ผักที่เด็ดแล้วนาน 15 นาที จะลดปริมาณสารพิษได้ 60-84%

แช่ผักในน้ำยาล้างผัก ใช้ความเข้มข้นประมาณ 0.3% ในน้ำ 4 ลิตร แช่ผักนาน 15 นาที จะลดปริมาณสารพิษฆ่าแมลงได้ 54-68% แต่วิธีนี้ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะน้ำยาล้างผักจะซึมเข้าไปในผักซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

เปิดก๊อกน้ำให้ไหลผ่าน ผักซึ่งเด็ดเป็นใบๆ ใส่ตะแกรงโปร่งเปิดน้ำให้แรงพอประมาณ ใช้มือช่วยคลี่ใบผัก ล้างนาน 2 นาที จะช่วยลดสารพิษฆ่าแมลงลงได้ 54-63%

แช่ผักในน้ำสะอาดควรล้างผักให้สะอาดจากสิ่งสกปรกด้วยน้ำครั้งหนึ่งก่อน และเด็ดเป็นใบๆ แช่ลงในอ่าง ใช้น้ำประมาณ 4 ลิตร แช่นาน 15 นาที จะลดปริมาณสารพิษฆ่าแมลงได้ 7-33%

ลวกผักด้วยน้ำร้อนจะลดปริมาณสารพิษได้ 50% ส่วนการต้มจะลดได้เท่ากับการลวกผัก แต่อีก 50% มีสารพิษออกมาจากผักอยู่ในน้ำแกง

ปอกเปลือกหรือการลอกชั้นนอกของผักออก เช่น กะหล่ำปลี ถ้าลอกใบชั้นนอกออกจะปลอดภัยมากกว่า

การใช้ผงปูนคลอรีนแช่ผักเพื่อฆ่าเชื้อโรคและทำลายไข่พยาธิ โดยการละลายผงปูนคลอรีนครึ่งช้อนชาต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 15-30 นาที จะฆ่าเชื้อโรคได้ดีมาก

เรามาดูคลิปวิธีล้างผักและผลไม้ที่ถูกต้องกันเลยค่ะ

อ้างอิง: https://www.thaihealth.or.th/Content/43286-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%20.html