รายละเอียดโครงการ

12036748_1510539285938472_7315671383768903276_n
โครงการ ‘กินผักผลไม้ดี 400 กรัม’ ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยกินผักผลไม้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่มีการวิจัยแล้วพบว่าช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน เป็นต้น

โดยทางโครงการฯ ได้ดำเนินการทางด้านงานสื่อสารและการจัดกิจกรรมเพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และค่านิยมในการบริโภคผักผลไม้เพิ่มมากขึ้น  ควบคู่ไปกับกระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ผ่านประสบการณ์ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเชื่อมโยงการทำงานร่วมไปกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชน ให้มีการบริโภคผักและผลไม้ได้อย่างเพียงพอ

 

ความเป็นมา หลักการและเหตุผล
การบริโภคผักผลไม้เป็นประจำอย่างเพียงพอตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก จะส่งผลดีต่อสุขภาพในด้านต่างๆ ทั้งในเรื่องการขับถ่าย ลดความเสี่ยงจากโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีผลต่อภาวะสุขภาพ อาทิ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไขมันในเส้นเลือด โรคมะเร็ง เป็นต้น
แต่จากข้อมูลผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 4 (ปี พ.ศ. 2551-2552) ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า ร้อยละ 75 ของคนไทย บริโภคผักผลไม้ต่ำกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติกำหนดไว้ที่ 400 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5 ส่วนต่อวัน โดยคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีการบริโภคผักและผลไม้โดยเฉลี่ยเพียงวันละ 3 ส่วนมาตรฐานเท่านั้น

ตารางข้อมูลการบริโภคผักผลไม้ของประชากรไทย
VegNFruit-Consumption

นอกจากนี้ จำนวนคนที่บริโภคผักและผลไม้ที่ได้เพียงพอตามข้อแนะนำต่อวันยังมีแนวโน้มลดลง คือ มีเพียงร้อยละ 17.7 (9 ล้านคน) ซึ่งลดลงจากร้อยละ 21.7 (ปีพ.ศ.2547)

ข้อมูลแสดงการบริโภคผักผลไม้ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่บริโภคผักหรือผลไม้เพียงพอ
ตามข้อแนะนำ จำแนกตามเพศและภาค
15Up-Consumption

จากพฤติกรรมการกินผักและผลไม้ที่น้อย ไม่ถึงตามข้อแนะนำ ส่งผลให้ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาสุขภาพของประชาชนไทยในระยะยาว เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอ้วน เป็นต้น น.ส.สิรินทร์ยา พูลเกิด ผู้จัดการแผนงานนโยบายอาหารและโภชนาการเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “ร้อยละ 19 ของโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร ร้อยละ 31 ของโรคหัวใจขาดเลือด และร้อยละ 11 ของโรคหลอดเลือดสมอง มีสาเหตุมาจากการกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ แต่หากสามารถจัดการปัญหานี้ได้ ในแต่ละปีเราจะสามารถรักษาชีวิตคนบนโลกได้เกือบ 2.7 ล้านคน” (http://www.thaihealth.or.th/Content/23228-)

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการบริโภคผักผลไม้ไม่เพียงพอตามข้อแนะนำที่กำหนด คือ
1) ผู้บริโภคคำนึงถึงความอร่อยมากกว่าประโยชน์
2) กระแสความนิยมการบริโภคอาหารตามแนวตะวันตก ที่ประกอบด้วยแป้ง น้ำตาล เกลือ ไขมัน เพิ่มมากขึ้น
3) เด็กไทยนิยมการบริโภคขนมแป้งกรุบกรอบมากกว่าผลไม้ถึง 4 เท่า
4) วิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้มีผู้บริโภคส่วนหนึ่งไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ ต้องซื้ออาหารปรุงสำเร็จรูป ตลอดจนความนิยมในการซื้ออาหารในร้านสะดวกซื้อ ทำให้มีการบริโภคผักและผลไม้น้อยลง ซึ่งหากพิจารณาค่าใช้จ่ายด้านอาหารของครัวเรือนไทยเปรียบเทียบปี 2545 และ 2555 จะพบว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อมากินที่บ้านมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำหรับข้าว แป้ง และผักที่ใช้สำหรับการปรุงอาหารเองในครัวเรือน มีสัดส่วนลดลง

15Up-Consumption

5) สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป และการมีพื้นที่เพาะปลูกน้อยลง ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรมีปริมาณลดน้อยลง และส่งผลให้ผักผลไม้มีราคาแพงขึ้น
6) ขาดการเชื่อมโยงการส่งเสริมจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคอย่างครบวงจร ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งซื้อผักผลไม้ปลอดภัยยากขึ้น

จากสถานการณ์ปัญหาการบริโภคผักผลไม้ที่น้อยและส่งผลต่อสุขภาพดังที่กล่าวไว้ข้างต้น จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้และสนับสนุนเครือข่ายงานอาหาร เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และค่านิยมในการบริโภคผักผลไม้เพิ่มมากขึ้น โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ แก่กลุ่มเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการสื่อสารให้ผู้บริโภคทราบข้อมูลที่จะสามารถเข้าถึงแหล่งผลิตและจำหน่ายผักผลไม้ปลอดภัยที่มีอยู่ได้โดยสะดวก พร้อมเชื่อมโยงการทำงานร่วมไปกับภาคีเครือข่ายและหน่วยงานในองค์กรสุขภาวะ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนให้มีการบริโภคผักและผลไม้ได้อย่างเพียงพอตามข้อแนะนำ นอกจากนี้ โครงการฯ จะประสานการทำงานร่วมไปกับเครือข่ายงานอาหาร และเครือข่ายอื่นๆ ของ สสส. เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานและขยายผลในวงกว้างต่อไป

วัตถุประสงค์
1) เพื่อเผยแพร่ข้อมูล/ความรู้ความเข้าใจ ในการบริโภคผักผลไม้ในชีวิตประจำวันให้ได้ตามข้อแนะนำ (400 กรัมต่อวัน) ตลอดจนสร้างค่านิยมในการบริโภคผักผลไม้ และอาหารที่ปลอดภัย ในสังคมไทย
2) เพื่อสร้างกลุ่มคนรักผักผลไม้ ในองค์กร ชุมชน และกลุ่มเป้าหมายของโครงการ
3) เพื่อสนับสนุนและพัฒนาระบบงานสื่อสารเพื่อการทำงานขับเคลื่อนของภาคีเครือข่ายงานอาหารอื่นๆ

กลุ่มเป้าหมายของโครงการ
1) ประชาชนวัยทำงานที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ต้องการความสะดวกรวดเร็วมากที่สุด จึงอาศัยการซื้ออาหารจากนอกบ้าน เช่น พนักงานออฟฟิศ คนทำงานประจำนอกบ้าน ในเขตกรุงเทพมหานคร
2) ผู้บริหารหน่วยงานในองค์กรสุขภาวะ ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการสนับสนุนให้พนักงานในองค์กรได้มีสุขภาวะที่ดี
3) กลุ่มภาคีเครือข่ายงานอาหาร ในแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. เช่น มูลนิธิชีววิถี เครือข่ายตลาดสีเขียว โครงการ “สามพรานโมเดล” รวมถึงเครือข่ายงานอาหารอื่นๆ ซึ่งโครงการฯ จะประสานการทำงานร่วมกันกับเครือข่ายฯ เพื่อสนับสนุนสร้างความร่วมมือในระบบการทำงานและช่วยพัฒนาระบบงานสื่อสาร สำหรับนำไปใช้ถ่ายทอดและขยายผล แก่ประชาชนผู้สนใจ